สุขสันต์ หรรษา ที่ ป่าละอู (จ.ประจวบคีรีขันธ์) 
19 - 21 พฤษภาคม 2549 

 

   
 

ประเดิมเริ่มต้น กับการเดินทางสู่ภาคตะวันตก ไปยังน้ำตกป่าละอู อ.ช.แก่งกระจาน ในส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สมาชิก Team for Teams ถึงแม้ว่าจะไม่สามรถเดินทางกันไปได้ครบทีมส์ แต่อย่าง 13 คน ในครั้งนี้ ก็ยังไม่ขาดสีสันความสนุกได้ตลอดเวลา

พวกเราต้องแยกกันออกเป็น 2 ชุด เพื่อให้สะดวก และปลอดภัยที่สุดในการเดินทางในช่วงกลางคืน ของวันพฤหัส ชุดแรก เดินทางโดยรถยนต์ ของพี่ยุทธ ส่วน อีก 4 คนที่โชคดี จำต้องเดินทางโดยรถทัวร์ ในค่ำคืนนั้นชุดแรกได้ถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย ในขณะ ที่ พี่อ้น พี่ต้น น้องมะลิ และน้องพิม ยังคงต้องเตร็ดเตร่อยู่ที่ หัวหิน เพื่อรอให้ถึงเช้า ก่อนโบกรถเข้าไป

 

   

พวกเรากลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง ในเช้าวันศุกร์ ที่ไร่บุศบง แม้ว่าอากาศในช่วงเช้ายังคงมีละอองฝนอยู่ประปราย แต่ทว่า บรรยากาศ บริเวณที่พักที่แวดล้อมไปด้วยไร่สับปะรด และแนวเทือกเขา ยังคงบรรยากาศ ของกลุ่มหมอก และความร่มรื่น ให้รู้สึกชุ่มฉ่ำ และน่านอนขดตัวในบ้านพักซะเหลือเกิน แต่ภารกิจของพวกเรา อย่างแรกคงต้องเติมเสบียงสู่กระเพาะ ให้ได้อิ่มหนำซะก่อน และเป็นการรอให้ฝนซาไปในตัว ฝนทำท่าหยุด ๆ ตก ๆ อยู่บ่อยครั้ง จนพวกเราชักจะรู้สึกว่าการรอ มันเริ่มไม่มีความหมาย และยังไงจุดหมายแรกของเรา คือการได้ลงเล่นน้ำตกป่าละอู เมื่อคิดได้ดังนั้น จะเปียกก่อนหรือหลังมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

เราตั้งต้นเดินขึ้นน้ำตกไปเรื่อย ๆ เพื่อหาชั้นที่เหมาะถูกใจ ระหว่างทางฝูงปลาพวงกลุ่มใหญ่ ยังคงอวดโฉมอยู่เป็นระยะ จวบจนกระทั่ง มาหยุดที่ชั้น 4 ของน้ำตก ฟองน้ำกระจายพรางพราย ให้เห็นถึงกระแสน้ำที่ไหลอย่างต่อเนื่อง จากบนลงสู่ล่าง คงไม่ต้องรอสงวนท่าทีกัน หลายคนค่อยขยับตัวลงสู่น้ำตก อันฉ่ำเย็น ( มาก ๆ )

 
นุ้น ๆๆ ๆๆ ตัวนั่นไง มันนกอะไรว๊า !!!
โช๊ะเด๊ะ !!! โพสท์ท่าในมุมของสระมรกต แต่บังซะมิดเชียว แล้วสระจะอยู่มุมไหนเนี่ย
     
 

บรรยากาศ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเม็ดฝนที่เดาใจลำบาก บางคนว่ายวนเข้าสู่ใต้น้ำตก เพื่อให้กระแสความแรงของน้ำดึงดูด และม้วนเกลียวออกมาตามพ้นระยะเกลียวคลื่น มีบ้างบางคนที่ปีนขึ้นสู่โขดหินและกระโจน ลงสู่ผิวน้ำ เรียกเสียงฮาได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะหมดแรงเดินกลับลงจากน้ำตก พวกเราก็ถอนตัวจากที่นั่น และเก็บสัมภาระและมุ่งหน้าเดินต่อไป

ครั้งนี้เราเตรียมอุปกรณ์ครบครันในการดูนกมาด้วย สถานที่เราเลือกเป็นหน้าที่ทำการ อาจจะดูผิดไปตามคาดไว้ว่าจะได้เห็นนกเยอะ ๆ อย่างที่เคย เพราะอากาศไม่เป็นใจ และเจอหน่วยระวังภัยอย่างนกกระแตแต้แว้ด ที่บินวนส่งเสียงร้องเตือนตลอดเวลา ...

ในระหว่างเส้นทางที่เดินขึ้นสู่น้ำตก เรียกน้ำจิ้ม โดยการโพสท์ท่าอีกสักสี่ ห้าภาพ ก่อนเดินเท้า อย่างทุลักทุเลต่อไป
 
   
เย็นนี้เราจับจ่ายกับข้าวตามสะดวกที่ตลาดนัด ได้ทั้งกับข้าวสำเร็จรูป และบางส่วนไปทำกินเองด้วย ถือว่าเป็นการดีมากที่พี่ชะลอม ชาวบ้านที่รู้จัก ได้จัดเตรียม บาร์บีคิว ไว้ย่างในคืนนี้ด้วย กินกันไป ทำความรู้จักกันไป บ้างก็ฮัมเพลงพร้อมกีต้าร์ บ้างก็ขะมักเขม้นกับเกมในคืนนี้ จวบจนถึงกาลเวลาที่ต้องแยกกันไปพักผ่อน
 
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชื้น และชื่นมื่น ที่น้ำตกป่าละอู
 
เช้า ๆ จิบกาแฟใส่นมแล้ว ใครใคร่ทำอะไรก็ทำ ให้เวลาผ่านไปพร้อมละอองฝนที่ยังตกลงมาอีก เราไม่สามารถไปหมู่บ้านกะเหรี่ยง เพราะไม่สะดวกบางประการ แต่เป้าหมายของเรายังคงมุ่งสู่สระมรกต เมื่อเดินทางไปถึง กระแสน้ำที่ตกจากหน้าผา ลงสู่สระ ทำให้วันนี้ขุ่นจนไม่เห็นความเขียวอย่างที่เคยจะเป็น แต่เพื่อไม่เป็นการเสียเที่ยว บางคนก็จุ่มตัวลงวึบวับความเย็นของน้ำอีกครั้ง ....
ความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีหลากหลายมุมที่น่าเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

คืนนี้กิจกรรมเดิม ๆ ยังคงเกิดขึ้น แต่รังสีอำมหิตที่จะเอาคืน ในคืนที่ผ่านมา ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อกันไป

กระทั่งเช้าวันนี้ เราไม่ได้เร่งรีบที่จะทำอะไร ปล่อยเวลาไปกับการนั่งกินบรรยากาศ และพูดคุยกันอย่างออกรส โดยมีกาแฟนมสด ที่พี่ชะลอมเอามาฝาก เป็นเครื่องเคียง แม้วันนี้เป็นวันที่จะต้องเดินทางกลับ แต่ในความรู้สึกของหลาย ๆ คนยังคงอยากที่จะอยู่ต่อ อาจจะเป็นความสงบสุข หรือการหลีกเร้นโลกที่วุ่นวายในชีวิตเมืองหลวง ก็เป็นได้

เราแยกย้ายกันเช่นเคย ทั้งกลุ่มที่ไปพร้อมรถยนต์ และรอโบกรถเพื่อเข้าสู่หัวหิน และต่อรถทัวร์กลับ โดยสวัสดิภาพ

 
แกนนำกลุ่มต่อต้าน และพาหนะที่ใช้ในขบวนการครั้งนี้